ผลสำรวจโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค COVID-19 จาก JobThai

ผลสำรวจโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค COVID-19 จาก JobThai
13/01/21   |   7.4k   |  

เข้าสู่ปีที่ 2 ในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แล้ว และการแพร่ระบาดครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานในหลายด้าน เราจึงได้รวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลงานใน JobThai Platform แพลตฟอร์มการหางาน สมัครงาน ที่พัฒนาโดย THiNKNET รวมทั้งทำการสำรวจความคิดเห็นจากคนทำงานในเรื่อง “โลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค Post COVID-19 Pandemic” เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานและพฤติกรรมความต้องการของผู้สมัครงานทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งจากข้อมูลพบว่าองค์กรมีความต้องการแรงงานในช่วงครึ่งปีแรกรวมกันอยู่ที่ 346,357 อัตรา (เป็นการนับจำนวนอัตราแบบไม่ซ้ำกัน)


ภาพรวมของคนทำงานในช่วง Post COVID-19 Pandemic ในปี 2563

การสำรวจคนทำงานทั่วประเทศจำนวน 7,548 คน และสำรวจความคิดเห็นขององค์กรทั่วประเทศจำนวน 1,019 องค์กร พบว่าในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์มีผู้ที่ได้ทำงานที่บ้านเพียง 34.1% และผู้ที่ไม่ได้ทำงานที่บ้าน 65.9 %


โดยผู้ที่ได้ทำงานที่บ้านระบุข้อดีของการทำงานที่บ้านว่า ทำให้เขามีโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการเมืองในองค์กรได้ มีช่วงเวลาในการทำงานนานขึ้นกว่าการทำงานในออฟฟิศ และยังสามารถจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานดีกว่าในออฟฟิศ



องค์กรยกเลิกสวัสดิการเหตุจาก COVID-19 และกว่า 77% เตรียมขึ้นเงินเดือนในปี 64

สำหรับองค์กรเองก็มีการปรับเปลี่ยนสวัสดิการหลังจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยมีการเพิ่มสวัสดิการให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (Work from Home / Remote Working) มากที่สุด เพิ่มสวัสดิการเวลาทำงานสามารถยืดหยุ่นได้ (Flexible Hours) และสวัสดิการเงินกู้ยืม ส่วนสวัสดิการที่ถูกยกเลิก ได้แก่ กิจกรรมสันทนาการ เช่น งานกีฬาสี งานเลี้ยงสังสรรค์ ท่องเที่ยวประจำปี การให้โบนัส และเงินรางวัลประจำปี /รางวัลพนักงานดีเด่น ส่วนอุปสรรคในการทำงานของฝั่งองค์กรที่พบมากที่สุด คือ การสรรหาและว่าจ้างพนักงานใหม่ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้กับพนักงาน การดูแลเรื่องสวัสดิการให้กับพนักงาน การสื่อสารภายในองค์กร และการสร้างความเชื่อมั่นในองค์กรให้กับพนักงาน ตามลำดับ


จากการสัมภาษณ์องค์กรเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 พบว่า องค์กรที่ให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work from Home) มีรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป เนื่องจากองค์กรมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เช่น การประชุมออนไลน์ (Video Conference) ทั้งกับบุคคลภายในและภายนอก ทำให้คนทำงานต้องเกิดการปรับตัว การเรียนรู้ เลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ตลอดจนลดขั้นตอนในการทำงาน ลดการใช้เอกสารแบบกระดาษ ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal) ขององค์กร


นอกจากนี้ JobThai ยังได้สำรวจเรื่องค่าตอบแทนของพนักงานในปี 2564 พบว่า องค์กรส่วนใหญ่มีแผนปรับขึ้นเงินเดือนตามโครงสร้างปกติ 48.2% องค์กรที่มีแผนปรับเงินเดือนแต่จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปกติ 28.9% องค์กรที่จะไม่มีการปรับเงินเดือน 18.1% องค์กรที่ยังไม่ได้สรุปนโยบาย 3.2% และองค์กรที่ปรับลดเงินเดือนของพนักงานลง 1.6%


เมื่อ New Normal มาแทนที่ มีอะไรใน THiNKNET ที่เปลี่ยนไปบ้าง


ดูตำแหน่งงานจาก THiNKNET ทั้งหมดได้ ที่นี่


ธุรกิจท่องเที่ยวว่างงานสูงสุดจากเหตุ COVID-19

จากแบบสำรวจของ JobThai แบ่งเป็นผู้มีงานทำ 62.7% ผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 23.7% และอีก 13.6% เป็นผู้ว่างงานที่เกิดจากเหตุผลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ COVID-19 โดยผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มผู้ว่างงานที่เกิดจากผลกระทบจาก COVID-19 เป็นผู้ที่ทำงานในประเภทธุรกิจการบริการ ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจการขายปลีก ตามลำดับ


เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนคนมีงานทำกับคนว่างงานที่ทำงานในประเภทธุรกิจเดียวกัน พบว่าประเภทธุรกิจที่มีผู้ว่างงานเนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 สูงสุดคือ ธุรกิจการท่องเที่ยว โดยมีสัดส่วนผู้ว่างงานสูงถึง 71.9%


การสำรวจแผนการหางานใหม่ในปี 2564 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีงานทำ พบว่า มีผู้ที่จะหาใหม่อย่างจริงจัง 26.4% ไม่ได้หาอย่างจริงจังแต่เปิดโอกาสสำหรับงานใหม่ 55.4% และมีเพียง 18.2% ที่คิดว่าจะไม่หางานใหม่



5 สาเหตุที่พนักงานต้องการเปลี่ยนงาน

อันดับที่ 1. ไม่พึงพอใจเรื่องเงินเดือน

อันดับที่ 2. ไม่มีความก้าวหน้าในสายงาน

อันดับที่ 3. ไม่พึงพอใจเรื่องสวัสดิการ

อันดับที่ 4. ไม่พึงพอใจเรื่องวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมขององค์กร

อันดับที่ 5. งานที่ทำไม่มีความท้าทาย


5 ปัจจัยที่ทำให้อยากทำงานในองค์กรเดิม

อันดับที่ 1. มีเพื่อนร่วมงานที่ดี

อันดับที่ 2. การเดินทางสะดวก

อันดับที่ 3. เงินเดือนเป็นที่พึงพอใจ

อันดับที่ 4. มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี

อันดับที่ 5. มีสวัสดิการที่ดี


5 ปัจจัยที่จูงใจให้คนทำงานซึ่งไม่มีแผนเปลี่ยนงาน อยากเปลี่ยนงาน

อันดับที่ 1. เงินเดือนสูงขึ้น

อันดับที่ 2. สวัสดิการดีขึ้น

อันดับที่ 3. ตำแหน่งงานก้าวหน้าขึ้น

อันดับที่ 4. การเดินทางสะดวกขึ้น

อันดับที่ 5. มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น


คนหางานเร่งเพิ่มสกิลในการสมัครงาน แต่ยังกังวลเรื่องเศรษฐกิจ

การสำรวจคนทำงานเกี่ยวกับการหางานในช่วงนี้ พบว่า มีคนหางานที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน 47.3% ซึ่งสายงานที่คนต้องการเปลี่ยนไปทำมากที่สุดเป็นสายงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะเฉพาะ และในช่วงที่ว่างงาน คนหางาน 54.1% เลือกเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถในการแข่งขัน โดยอันดับหนึ่งเรียนรู้เรื่องการเตรียมตัวหางานและสมัครงาน อันดับสองภาษาต่างประเทศ อันดับสามการเงินและการลงทุน


5 ความกังวลในการหางานใหม่

อันดับที่ 1. 72.6% กังวลเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ

อันดับที่ 2. 66.3% กังวลเรื่องการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น

อันดับที่ 3. 59.9% กังวลเรื่องความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศไม่เพียงพอ

อันดับที่ 4. 56.9% กังวลเรื่องทักษะความสามารถของตนเองอาจมีไม่เพียงพอ

อันดับที่ 5. 55.7% กังวลเรื่องประสบการณ์ในการทำงานไม่เพียงพอต่อการสมัครงานใหม่


5 Soft Skills ที่องค์กรมองหาจากคนทำงาน หลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

อันดับที่ 1. 49.6% ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่

อันดับที่ 2. 49.1% ความสามารถในการทำงานเชิงรุก (Proactive)

อันดับที่ 3. 47.6% ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญของงาน

อันดับที่ 4. 45.3% ความสามารถในการสื่อสารและการถ่ายทอดข้อมูล

อันดับที่ 5. 44.0% ความสามารถในการบริหารเวลา


นักศึกษาจบใหม่หวั่นตกงานบริษัทไม่จ้างเด็กจบใหม่

ด้านนักศึกษาจบใหม่ที่จบการศึกษาในปี 2563 มีปัญหาการว่างงานสูง และต้องเจอกับสภาวะการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น JobThai จึงสำรวจความคิดเห็นนักศึกษาจบใหม่ที่ยังว่างงานและกำลังหางานทำอยู่จำนวน 1,496 คน พบว่า นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางาน 44.0% ได้หางานมาเป็นเวลา 1-3 เดือน นักศึกษาจบใหม่ 31.9% หางานมาเป็นเวลา 4-6 เดือน และ 9.8% ได้หางานมาน้อยกว่า 1 เดือน


นักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้รับการเรียกสัมภาษณ์งาน 36.2% กลุ่มที่ได้รับการสัมภาษณ์แล้วแต่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน 35.4% และจากการสอบถามในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ทั้งหมดว่าต้องการจะทำงานอยู่ในองค์กรแรกประมาณกี่ปี พบว่า นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานในองค์กรแรกประมาณ 1-3 ปี 65.5% 3-5 ปี 12.7% ไม่เกิน 1 ปี 11.2% และ 5 ปีขึ้นไป 10.7%



5 สิ่งที่นักศึกษาจบใหม่กังวลเกี่ยวกับชีวิตหลังเรียนจบ

อันดับที่ 1. กังวลว่าจะหางานทำไม่ได้

อันดับที่ 2. กังวลเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำจะทำให้บริษัทไม่จ้างงานเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน

อันดับที่ 3. กังวลเรื่องรายได้จะไม่เพียงพอในการเลี้ยงชีพ

อันดับที่ 4. กังวลว่าจะได้งานที่ไม่ตรงกับความต้องการ

อันดับที่ 5. กังวลเรื่องหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานจะไม่ดี


5 จุดมุ่งหมายที่นักศึกษาจบใหม่มีในการทำงาน

อันดับที่ 1. 83.6% อยากทำงานที่มีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี

อันดับที่ 2. 82.6% อยากมีโอกาสได้พัฒนาทักษะและเติบโตในหน้าที่การงาน

อันดับที่ 3. 61.1% อยากมีเพื่อนร่วมงานที่ดี

อันดับที่ 4. 58.0% อยากทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่ดี

อันดับที่ 5. 53.4% อยากทำงานที่ตนเองรัก


5 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่คิดว่าตัวเองมี

อันดับที่ 1. ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่

อันดับที่ 2. ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

อันดับที่ 3. ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

อันดับที่ 4. ทักษะในการใช้งานเทคโนโลยี

อันดับที่ 5. การบริหารเวลา


หางานน่าสนใจที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ได้ ที่นี่


ทักษะที่องค์กรต้องการจากเด็กจบใหม่ สอดคล้องกับทักษะที่พวกเขาคิดว่าตัวเองมี

เมื่อ JobThai ได้สำรวจความคิดเห็นขององค์กรเกี่ยวกับทักษะที่องค์กรใช้พิจารณานักศึกษาจบใหม่เข้าร่วมงาน พบว่าสอดคล้องกับทักษะที่นักศึกษาจบใหม่คิดว่าตัวเองมี โดย

อันดับ 1. ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่

อันดับ 2. ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

อันดับ 3. การสื่อสาร และการถ่ายทอดข้อมูล

อันดับ 4. ความคิดสร้างสรรค์

อันดับ 5. ความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมิน และวิพากษ์สิ่งต่าง ๆ


สายงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุดในช่วงนี้

อันดับ 1. งานขาย

อันดับ 2. งานช่างเทคนิค

อันดับ 3. งานบริการลูกค้า

อันดับ 4. งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ

อันดับ 5. งานวิศวกรรม


การสรรหาบุคลากรมีความเข้มข้นมากขึ้น คนหางานต้องปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การระบาดของ COVID-19 ทำให้ภาคธุรกิจต้องมีการปรับตัวซึ่งส่งผลกระทบกับการจ้างงาน โดยจะเห็นได้ว่าในช่วงที่มีการระบาดหนักและล็อกดาวน์ องค์กรต่าง ๆ ออกมาตรการที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของบริษัท เช่น การปลดพนักงาน การลดสวัสดิการ นอกจากนี้อัตราการเปิดรับสมัครงานลดลงกว่าปีก่อน และจำนวนผู้ว่างงานในตลาดแรงงานมีมากขึ้น ส่งผลให้การสรรหาบุคลากรนั้นมีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเว็บไซต์หางานเป็นช่องทางที่องค์กรและคนหางานนิยมใช้มากที่สุด


เมื่อการสรรหาบุคลากรเข้มข้นมากขึ้น การสมัครงานจึงมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน คนหางานต้องปรับตัวพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานจะมีโอกาสได้งานมากขึ้นถ้าสามารถสร้างจุดเด่นให้ตัวเองน่าสนใจ เช่น การทำเรซูเม่ควรมีการปรับข้อมูลเพื่อนำเสนอตัวเองให้เข้ากับตำแหน่งงานและองค์กรที่เราสมัครมากขึ้น ในการสัมภาษณ์งานควรวางตัวพูดคุยแบบมืออาชีพ และอธิบายถึงประสบการณ์ที่เรียนมาว่าจะสามารถนำไปปรับใช้กับตำแหน่งงานที่สมัครได้อย่างไรบ้าง


COVID-19 ส่งผลกระทบต่อองค์กรด้านใดบ้าง

สิ่งที่ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบกับองค์กรโดยตรงคือเรื่องวัฒนธรรมองค์กร เนื่องจากรูปแบบการทำงานไม่สามารถเข้าไปทำงานด้วยกันได้เหมือนแต่ก่อน และการปรับเปลี่ยนสวัสดิการไปตามข้อจำกัดของสถานการณ์ ก็อาจส่งผลกระทบกับความรู้สึกและความเป็นอยู่ในองค์กรของพนักงาน ซึ่งหลังจากนี้องค์กรจะมีวิธีการอย่างไรที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ทำให้พนักงานรับรู้และเข้าใจค่านิยมขององค์กร (Core Value) ให้พนักงานมีประสบการณ์ที่ดีเหมือนที่เคยเป็นมา และสามารถสร้างแบรนด์ภาพลักษณ์องค์กร (Employer Branding) เพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาสมัครกับองค์กรได้ เป็นเรื่องที่องค์กรอาจจะต้องกลับมาพิจารณาและกำหนดแนวทางการทำงานกันใหม่


โลกการทำงานนั้นมีการเปลี่ยนอยู่เสมอ ทำให้คนทำงานต้องพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ และเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นอกจากนี้ยังต้องเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านภาษา ด้านเทคโนโลยี และซอฟต์สกิล (Soft Skills) เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มความสามารถให้กับตัวเองอยู่เสมอ


ดาวน์โหลด JobThai Mobile Application เพื่อหางานที่ใช่ได้ที่นี่

iOS

Android

Huawei AppGallery


ติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่

www.THiNKNET.co.th และ www.facebook.com/thinknetcompany


ที่มา:

blog.jobthai.com


tags : thinknet jobthai covid-19 โควิด-19 โควิดกับการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email