เมื่อ THiNKNET ให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ แชร์ประสบการณ์ทำงานที่บ้านจากขอนแก่น

เมื่อ THiNKNET ให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ แชร์ประสบการณ์ทำงานที่บ้านจากขอนแก่น
27/01/21   |   3.1k   |  

Blog นี้เราจะมารีวิวการทำงานที่บ้าน เป็นการทำงานจากบ้านจริง ๆ ที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่เราจะไปอ่านรีวิวการทำงานที่บ้านกันก็ขอแนะนำตัวเองให้ทุกคนได้รู้จักก่อนนะคะ

สวัสดีค่ะ “แป๊บ” เป็น PR&Event Officer ทำงานอยู่ที่ทิงค์เน็ต จากวันแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่จนถึงตอนนี้เผลอแป๊บเดียวก็เกือบ ๆ 3 ปีแล้วค่ะ แป๊บเขียน Blog นี้ขึ้นมาเพื่อเล่าถึงการทำงานของมนุษย์ออฟฟิศที่เปลี่ยนไปเพราะโควิด แต่ก่อนแป๊บเป็นคนนึงที่ต้องเข้าทำงานออฟฟิศทุกวัน บางวันก็ต้องวิ่งไปแสกนนิ้วให้ทัน แต่ตอนนี้ที่ออฟฟิศให้ทำงานแบบที่ Flexible มากขึ้นทำให้ไม่ต้องวิ่งแล้ว ต้องขอเล่าถึงช่วงที่โควิดระบาดรอบแรกนิดนึงนะคะ การระบาดรอบนั้นที่ทิงค์เน็ตเราก็ให้พนักงาน Work from Home ตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคม พอถึงช่วงพฤษภาคม 63 ที่โควิด 19 เริ่มดีขึ้น ที่ออฟฟิศเราก็ประกาศให้ทำงานแบบ Work from Anywhere ก็คือทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ หลังจากช่วงที่โควิดรอบแรกเริ่มดีขึ้นแป๊บเองก็ทำงานอยู่ที่ที่พักในกรุงเทพฯ อาจจะออกไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟบ้าง และสลับเข้าออฟฟิศบ้างสัปดาห์ละครั้ง

ปลายปีทั้งทีงานนี้ขอหยุดยาว ๆ

ช่วงปลายปีของทุกปีเป็นช่วงที่คนทำงานหลายคนมักจะเคลียงานเพื่อได้ใช้วันหยุดอย่างเต็มที่ แป๊บเองก็เหมือนกันค่ะ รีบเคลียงานที่ต้องออกไปนอกสถานที่ งานที่ไปพบเจอผู้คนอย่างการอัดรายการ Oh my Job! Podcast (ฝากไปติดตามกันด้วยนะคะ) เรียกว่ารีบเคลียงานเพื่อขอหัวหน้า กลับไปทำงานที่ขอนแก่นในช่วงใกล้หยุดยาวปีใหม่ (เพราะว่าวันลาที่ตั้งใจจะใช้ไปไต้หวันล่มไป แบบนี้วันลาแป๊บเลยเหลือ 10 วัน ถ้าไม่ใช้ตอนนี้จะใช้ตอนไหนใช่ไหมคะ) พอแป๊บกลับมาอยู่ขอนแก่นได้สักพักก็เริ่มมีข่าวโควิดระบาดระลอกใหม่ ซึ่งจริง ๆ แพลนแป๊บจะกลับกรุงเทพช่วงวีคแรกของมกราคม 64 เพราะมีนัดอัด Podcast แต่ด้วยสถานการณ์อะไรหลาย ๆ ทีมเลยตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการสัมภาษณ์นั้นเป็น VDO Conference ทำให้แป๊บได้อยู่ขอนแก่นต่อและได้มาเขียน Blog นี้ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ 

 

 

ทำงานที่บ้าน ง่าย ๆ สบาย ๆ จริงไหม

อย่างที่เล่าไปนะคะว่าแป๊บได้ทำงานที่บ้าน Work from Home มาตั้งแต่มีนาคม 63 การทำงานที่บ้านของแป๊บถ้าวันที่เราไม่ต้องมีประชุมสำคัญก็ดูจะเป็นวันปกติทั่ว ๆ ไป ตื่นสายนิด ๆ ได้เพราะไม่ต้องเดินทาง แค่เผื่อเวลามาอาบน้ำแต่งตัว เช็กอินเข้างานผ่านแอปฯ แล้วเริ่มประชุมตอนเช้า เพื่อเจอหน้าทุกคนในทีม และอัปเดตกันว่าวันนี้จะแต่ละคนทำอะไรกันบ้าง แล้วช่วงเย็นก็มาสรุปงานกันอีกที

แต่การที่มาทำงานที่บ้านซึ่งอยู่ต่างจังหวัดแบบครั้งนี้ เรียกว่าจะประชุมแต่ละทีต้องขอความร่วมมือจากคนที่บ้านให้ลดเสียง ซึ่งไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่ ทำให้คนในทีมที่จะเห็นแป๊บทำท่าจุ๊ ๆ บ้าง อยู่ดี ๆ ก็ยิ้มบ้าง (อันนี้เฉพาะประชุมภายในที่ทีมไม่ได้ซีเรียสอะไรมากนะคะ)

ส่วนการประชุมจริงๆ จัง ๆ ซีเรียส อันนี้ทุกคนที่บ้านให้ความร่วมมือเต็มที่มาก เปิดประตูเบา ๆ เดินเบา ๆ คุยเบา ๆ แต่สิ่งที่ต้องลุ้นว่าจะมีเสียงมาตอนไหนก็คือเหล่านกตัวน้อยที่เลี้ยงไว้ น้องหมาข้างบ้าน และรถไอติม(ตือ ดือ ดื่ออ)นี่สิ ล่าสุดมีใครเปิดเพลงโจ๊ะ ๆ ด้วย

เรียกว่ามีความตื่นเต้นเข้ามาให้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา เราเชื่อว่าหลายๆ คนที่ทำงานที่บ้านน่าจะมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน

 

ได้กลับมาใช้ชีวิตที่คุ้นเคย

แป๊บเป็นคนที่ไปทำงานไกลบ้าน หลาย ๆ ครั้งพอเราเห็นเพื่อน ๆ ไปเที่ยวเช็กอินอยู่ด้วยกันเราก็จะรู้สึกว่าอยาก อยากกลับไปด้วยจัง อยากไปนั่งเม้าท์กับเพื่อนด้วย ซึ่งตอนนี้เป็นจริงแล้วค่ะ

พอกลับมาถึงขอนแก่นได้ไม่กี่วันก็ได้มีโอกาสไปเจอเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เจอกันนานมาก (บางคนเกือบ 10 ปี) แต่เสียดายที่เราต้องไปเจอกันเพราะเพื่อนคนนึงเสีย ซึ่งก่อนที่จะเจอเพื่อน ๆ เราก็คิดว่าคงไม่ค่อยได้คุยกันมาก ไม่ได้เจอกันนานเพื่อนคงลืมไปหมดแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันตรงข้ามกับสิ่งที่เราคิด เราอยู่กับเพื่อน ๆ ทุกคนเรายังคงเป็นตัวของตัวเองได้เหมือนเดิม กินข้าวด้วยกัน หัวเราะกัน พูดถึงวีรกรรมเก่า ๆ (ทำไมรู้สึกแก่) กันแบบไม่ต้องเขินอายเลยแม้แต่นิดเดียว (กว่าจะได้กลับบ้านก็ตี 2 กันเลยทีเดียว)

และแน่นอนว่าแป๊บเองอยู่ที่ขอนแก่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เราก็จะมีเพื่อนโรงเรียน ก็จะต้องแบ่งเป็นเพื่อนม.ต้น เพื่อนม.ปลาย เพื่อนออฟฟิศเก่า เรียกว่ากลับมาบ้านที่อยู่ไม่ติดบ้านเลยค่ะ

 

มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น

หลังจากจบม.ปลายแป๊บก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลบ้าน ทำให้ได้กลับบ้านไม่บ่อยเท่าไหร่ หลังจากเรียนจบก็กลับมาทำงานอยู่ที่ขอนแก่นได้ปีกว่า ๆ ก็ไปทำงานที่กรุงเทพ ทำให้จะได้กลับบ้านนาน ๆ ครั้ง คนที่ไปทำงานไกลบ้านส่วนใหญ่ก็จะได้กลับบ้านครั้งละไม่กี่วัน แต่การกลับมาครั้งนี้เรามาอยู่เป็นเดือนทำให้ได้ไปกินข้าวกันกับครอบครัวใหญ่ที่มีปู่ ย่า ป้า ๆ อา พี่ ๆ น้อง ๆ ไปจนถึงหลานอยู่หลายครั้ง ทั้งกินเลี้ยงปีใหม่ กินเลี้ยงวันเกิด 

 

 

ได้ตั้งแคมป์หน้าบ้าน

ไม่น่าเชื่อว่าต้นปีนี้เราจะได้สัมภาษณ์อากาศหนาวต่อเนื่องหลายวัน ซึ่งปกติอยู่กรุงเทพฯ เราก็อยากจะขึ้นภูเขาไปสัมผัสธรรมชาติและอากาศเย็น ๆ แต่เมื่อเราไปไหนไม่ได้ในช่วงโควิด แต่อากาศเย็น ๆ มาถึงหน้าบ้านเราก็ไม่รอช้าแคมป์ปิ้งหน้าบ้านซะเลย (ลมหนาวไปหน้าบ้านใครลองหยิบเต๊นท์ออกไปกางกันดูนะคะ)

 

 

ร้านโปรดที่คิดถึง

การที่เราอยู่ที่เราโตมากจากที่ไหนสักที่เราก็มักจะมีร้านอาหารที่เราโตมากับมัน หรือร้านโปรดของเราอยู่ การกลับมาบ้านครั้งนี้ได้มาตระเวนกินร้านเก่า ร้านโปรด แล้วก็ไม่พลาดเช็กอินร้านใหม่ ๆ ด้วย

เปิดลายแทงร้านโปรด:

ยำ ยำ กลางเมือง (ยำมาม่าเลือกใส่ตามต้องการ)
เล้งเย็นตาโฟ (บะหมี่โฟยำ เผือกทอด เกี๊ยวห่อไข่)
ก๋วยเตี๋ยวน่องลาย (เส้นเล็ก + ลวกจิ้ม)
ก๋วยเตี๋ยว 13 (บะหมี่กะเพราเนื้อ + ปีกไก่ทอด)
ปรีชาปลาเผา (ต้มเนื้อ + ผัดหมี่ + ไก่ย่าง)
ตำกะเทย
ร้านนม Som-O
ก๋วยเตี๋ยวเฮียบุ๋ง และ เซ้งฮง (เส้นเล็ก เพิ่มเนื้อยอ)
กะเพราแล้วแต่ (เมนูกะเพราใส่จานแปลก)

 

  

  

 

อยู่ที่ไหนก็ทำงานอดิเรกได้

แป๊บเป็นคนนึงที่ชอบถ่ายภาพทั้งฟิล์มและดิจิทัล ตอนอยู่กรุงเทพแป๊บก็จะใช้วันหยุดไปกับการอยู่กับ Community ถ่ายภาพ แต่ถึงแม้ว่าการกลับมาที่ขอนแก่นครั้งนี้จะทำให้เราอยู่ไกล Community ถ่ายภาพของเรา (ถ้าอ่านอยู่คิดถึงทุกคนนะคะ เดี๋ยวกลับไปนะทุกคน) แต่เราจะไม่ถ่ายรูปเลยก็เป็นไปไม่ได้ เราก็ใช้โอกาสนี้แหละมาเสพย์เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หยิบกล้องแล้วก็ไปเดินถ่ายรูปในเมืองขอนแก่น พาตัวเองค่อย ๆ เดินไปตามท้องถนนพร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ในเส้นทางเดิม ๆ ที่เราอาจจะมองข้ามไป ยังไงก็ขอฝาก IG : Papsnap_ ด้วยนะคะ ส่วนรีวิวกล้องฟิล์มหรือ Blog ถ่ายภาพติดตามได้ที่ Medium : Athicha Khampibal ค่ะ

 

            

ไม่พลาดเทรนด์ Surf Skate สุดฮิต

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Surf Skate ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ แป๊บเองก็ไม่พลาดเช่นกัน โชคดีว่าแป๊บเข้ามาก่อนที่ราคา Surf Skate จะพุ่งสูงนิดนึง(ไม่งั้นคงไม่ได้เล่นง่ายแน่ ๆ) ความสนุกของ Surf Skate สำหรับแป๊บเป็นการออกกำลังกายโดยที่เราไม่รู้สึกเบื่อเวลาเล่นไปนาน ๆ และยังได้ท้าทายตัวเองในการฝึกเล่นท่าทางต่าง ๆ ของเซิร์ฟสเก็ต แถมยังเป็นกิจกรรมที่เราได้ใช้เวลากับเพื่อน ๆ ด้วย เป็นอีกกิจกรรมที่อยากชวนทุกคนมาลองค่ะ

 

จากการระบาดของโควิด 19 ทำให้เทรนด์การทำงานแบบ Work from Home และ Work from Anywhere ได้เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ช่วงต้นปี 63 ที่ผ่านมา ซึ่งการทำงานแบบนี้ดูจะกลายเป็นเรื่องที่ปกติสำหรับการทำงานไปแล้วสำหรับแป๊บเองการได้การได้มาทำงานที่บ้านต่างจังหวัดในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ทำงานที่ดีที่ทำให้มี work life integration มากขึ้น ซึ่งในฐานะคนทำงานที่ได้ทำงานแบบ flexible ก็ต้องมีความรับผิดชอบและรักษาประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีด้วยค่ะ

 

ใครที่อยากมี Life Style การทำงานแบบนี้ลองเข้าไปดูตำแหน่งงานของ THiNKNET ที่นี่ (รอทุกคนมาเป็นเพื่อนร่วมงานนะคะ)

tags : work from anywhere work from home flexible how we work thinknet lifestyle



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email