คุยกับวิว Software Engineer เพิ่ม Passion ให้ชีวิตด้วยแนวคิดการทำงานแบบ Work from Anywhere

คุยกับวิว Software Engineer เพิ่ม Passion ให้ชีวิตด้วยแนวคิดการทำงานแบบ Work from Anywhere
26/08/22   |   3.7k

 

เป็นที่รู้กันดีว่าสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไม่ว่าจะยุคที่การใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลาย ยุคของเว็บไซต์ หรือยุคแห่ง Mobile Application อย่างในปัจจุบัน ก็มักได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะตำแหน่ง Software Engineer นั้นจะได้รับความนิยมทั้งในการสมัครงานจากกลุ่มคนหางาน และน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาที่ใฝ่ฝันจะทำงานที่สร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้ก้าวล้ำไปข้างหน้า วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าคนทำงานในแวดวง Software Engineer ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เขาทำงานกันอย่างไร และภายใต้การทำงานที่ยืดหยุ่นด้วยรูปแบบ Work from Anywhereของ THiNKNET นั้นจะช่วยเพิ่ม Passion ในการทำงานให้กับคนทำงานสายเทคโนโลยีได้อย่างไรบ้างผ่านประสบการณ์การทำงานของ “วิว” Software Engineer คนเก่งของ THiNKNET ของเรา

 

แนะนำตัวหน่อย ชื่ออะไร ทำงานตำแหน่งอะไร และทำมานานแค่ไหนแล้ว?

ชื่อ อาจรีย์ ธนเศรษฐ์สุธี ชื่อเล่น วิว ตำแหน่ง Software Engineer ทำงานมา 1 ปี  5 เดือนค่ะ

 

ในฐานะ Software Engineer ของ THiNKNET วิวมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ต้องใช้ทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills อะไรบ้าง?

งานหลัก ๆ ของวิวคือต้อง Support แก้ไข Bug และทำ Feature เพิ่มในโปรเจกต์ที่ Release ไปแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่อง Hard Skills ที่ต้องมีในการทำงาน เนื่องจากทำงานภายในทีม Support ก็เลยต้องทำงานดูแลหลายโปรเจกต์ มีทั้งในส่วนของ React และ Node.js ต้องมีการศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบการเขียน Code ที่หลากหลาย สำหรับ Soft Skills สำคัญที่ต้องใช้คือทักษะการสื่อสาร เราต้องอธิบายโครงสร้าง หรือ Flow ในการทำงานของระบบต่าง ๆ  ให้กับภายในทีมได้ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานภายในระบบทั้งหมดค่ะ

 

วิวได้มีโอกาสในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานอย่างไรบ้าง?

การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานในแบบของวิว คือ การออกแบบการทำงานของระบบให้สอดคล้อง ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ต้องจินตนาการถึงการใช้งานจริงเพื่อให้ออกมาใช้งานได้สะดวก และรวดเร็วต่อการทำงานมากที่สุดค่ะ

 

เวลาเจออุปสรรคในการทำงาน วิวมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง?

บางครั้งเวลาเกิดปัญหาในการทำงาน จะลองทำการค้นหาวิธีทางแก้ปัญหา ผ่านทาง Google ก่อน ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ จะปรึกษาภายในทีมค่ะ

 

ในช่วงที่ผ่านมา วิวได้มีการพัฒนาตัวเองเพื่อการทำงานในเรื่องไหนบ้าง และมีเทคนิคยังไงบ้าง?

เนื่องจากวิวมีปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษอยู่บ้าง ได้ลองหาความรู้ด้วยตัวเอง แล้วก็ไปเจอ Application ที่ชื่อว่า Duolingo ก็เลยใช้ฝึกภาษาด้วย App ตัวนี้ค่ะ พอเรียนรู้แล้ว เวลาเกิดปัญหาในการเขียน Code ก็ทำให้เราสามารถค้นหาและหาวิธีในการแก้ไขปัญหาเป็นภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ

 

วิวมีสไตล์การทำงานเป็นยังไงบ้าง?   

ส่วนตัววิวเป็นคนที่เวลาทำงานจะชอบเปิดเพลงฟังระหว่างทำงานเพื่อไม่ให้ง่วงค่ะ

 

วิวรู้สึกยังไงกับคำกล่าวที่ว่า “สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศของการทำงานมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์”?

มีผลนะคะ บรรยากาศที่อุดอู้หรือมีเสียงรบกวนมาก จะทำให้เกิดการวอกแวก ไม่มีสมาธิให้กับการทำงานค่ะ

 

จากที่เคยทำงานที่ออฟฟิศมา พอได้ทำงานแบบ Work from Anywhere (WFA) แล้ว วิวรู้สึกอย่างไรบ้าง มีความยากหรือท้าทายกว่าเดิมไหม ตารางชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม?

ไม่ได้รู้สึกติดปัญหาอะไรนะคะ เพราะปัจจุบัน THiNKNET ก็มีโปรแกรมที่คอย Support การ WFA อยู่แล้ว ที่ต้องปรับตัวบ้างคือเวลาของชีวิต เนื่องจากเวลาไปทำงานที่บริษัท เวลาพักก็คือเวลาทานข้าวกลางวัน แต่พออยู่ที่บ้าน ข้าวเช้าจะปรับมาทานตอน 10 โมง ซึ่งทำให้เวลาทานข้าวกลางวันจะเลื่อนเป็นบ่าย 3 โมง แล้วยิ่งทำให้เวลาในการทานข้าวเย็น เลื่อนลงไปเย็นกว่าเดิม

 

วิวคิดว่าการ WFA มีประโยชน์ยังไงบ้าง?

รู้สึกชอบการ WFA ค่ะ เพราะทำให้เรามีเวลาให้ตัวเองในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น พอได้อยู่บ้านก็ได้ทำกับข้าวทานเองมากขึ้น ได้ฝึกการทำอาหาร ได้มีเวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยง ตอนเย็นก็มีเวลาในการพาน้องไปเดินเล่น และเราก็ได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยค่ะ

 

 

บรรยากาศในการเรียนรู้งานในช่วง WFA เป็นยังไง ภายในทีมดูแลสอนงานให้วิวยังไงบ้าง?

ช่วงแรกที่ได้เข้ามาทำงาน ตอนนั้นในทีมมีแต่พี่ ๆ ผู้ชาย ก็เลยรู้เกร็งนิดหน่อย แต่พี่ ๆ ทุกคนก็คอยพูดคุย และช่วยให้คำปรึกษาในการทำงานทำให้ลดความเกร็งลงไปได้เยอะเลยค่ะ

 

บรรยากาศในการทำงานกับเพื่อนร่วมงานทั้งในทีมของวิวเองและทีมอื่น ๆ ในช่วง WFA เป็นยังไงบ้าง มีอุปสรรคหรือปัญหาอะไรในการทำงานบ้างหรือเปล่า?

ในการทำงานภายในทีมการสื่อสารไม่ค่อยมีปัญหานะคะ เนื่องจากค่อนข้างสนิทกันจึงทำให้การทักหากันไม่ใช่เรื่องยาก หากเป็นต่างทีม ก็อาจจะรู้สึกเกร็ง ๆ ค่ะ เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ได้เก่งในการอธิบายเรื่องต่าง ๆ มากเท่าไหร่เลยกลัวว่าคนที่เราติดต่อด้วยจะเข้าใจที่เราต้องการจะสื่อหรือไม่

 

การ WFA มีผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานอย่างไรบ้าง มีกิจกรรมที่ทำให้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้นไหม?

การ WFA ไม่ได้มีผลกับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมเลยค่ะ เนื่องจากมีการพูดคุยภายในทีมกันเป็นประจำอยู่แล้ว ในทุกเช้าก็จะมีช่วงเวลา Update งานของแต่ละคนนี่แหละค่ะที่ทำให้มีเวลาในการพูดคุยกันภายในทีม

 

เวลามีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน การที่เรา WFA ทำงานอยู่คนเดียว ส่งผลยังไงบ้าง แล้ววิวมีวิธีแก้ไขยังไง?

บางครั้งเวลาต้องการแก้ไขปัญหาในการทำงาน เราจะจมไปกับปัญหา ทำให้เราจะหาทางแก้ไม่ได้ วิวก็จะขอความช่วยเหลือจากพี่ ๆ ในทีม พี่ ๆ เขาก็จะคอย Support สอบถามว่าติดปัญหาตรงไหน และเข้ามาช่วยเราในการแก้ไขปัญหาค่ะ 

 

วิวช่วยเล่า Moment หรือประสบการณ์การทำงานที่ประทับใจให้ฟังหน่อย?

มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง คือติดปัญหาในการแก้ไขการทำงานของระบบ ที่ค่อนข้างเข้าใจยาก พี่ ๆ ก็เข้ามาค่อยช่วย และSupport กันจนดึก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ

 

ภายใต้บรรยากาศ WFA ถ้ารู้สึกเหนื่อย หรือ เหงา วิวมีวิธีเติมพลังในการทำงานได้ยังไงบ้าง?

วิวจะเติมพลังด้วยการเล่นกับน้องแมวค่ะ ถ้าบางครั้งติดปัญหามาก ๆ แล้วยังหาทางแก้ไม่ได้ วิวก็จะลุกไปเดินเล่น ไปกวาดพื้น ทำงานบ้านให้รู้สึกได้พักสมอง แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ค่ะ นอกจากการทำงานแล้ว Passion ในการใช้ชีวิตของวิว คือ น้องแมวที่บ้านค่ะ การได้ WFA  เลยทำวิวมีอิสระในการทำงานจากที่บ้านได้ และวิวก็ได้มีเวลาในการอยู่กับแมวมากขึ้น ได้สังเกตการเปลี่ยน หรือ ความผิดปกติของน้องแมวได้ค่ะ ทำให้เรามีความสุขในการทำงานเพราะการอยู่กับน้องแมวทำให้ไม่เครียด ประสิทธิภาพในการทำงานก็ไม่ได้ลดลง (และมีเป้าหมายในการทำงานหาเงินมาเลี้ยงแมวค่ะ)

 

วิวคิดว่านโยบาย WFA มีผลต่อสวัสดิการที่บริษัทมอบให้ หรือกิจกรรมที่บริษัทจัดให้ หรือไม่ และคิดว่าสิ่งที่ได้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบันไหม?

คิดว่าตอบโจทย์ค่ะ เนื่องจากได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น และได้มีเวลาในการทำกับข้าวให้คนในครอบครัวทาน

 

นอกจากพาร์ทการทำงาน หลังเลิกงานวิวได้ทำกิจกรรมหรือมีงานอดิเรกอะไรบ้าง การทำงานแบบ WFA มีผลอะไรบ้างไหมกับกิจกรรมเหล่านี้?

งานอดิเรกที่ชอบของวิว คือการทำอาหาร ทำขนม  การ WFA ทำให้มีเวลาในการทำอาหาร และขนมเยอะขึ้นค่ะ

 

นโยบาย WFA มีส่วนที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของวิวยังไงบ้าง?    

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยค่ะ อย่างเรื่องค่าเดินทาง และค่าอาหารระหว่างวัน เนื่องจากสามารถซื้อของสดมาทำอาหารเองได้ค่ะ

 

สรุปแล้วพอได้ทำงานจริงกับที่ THiNKNET รู้สึกยังไงบ้าง เหมือนที่เคยคิดไว้ไหม หรือต่างจากที่จินตนาการไว้ยังไง?

ไม่ได้ต่างจากที่คิดไว้นะคะ พี่ ๆ ที่นี่ใจดีมากค่ะ คอยให้คำปรึกษา และพร้อมช่วยหาทางแก้ไขปัญหาให้ค่ะ

 

คำถามสุดท้าย ถ้าจะให้นิยามการทำงานที่ THiNKNET วิวจะนิยามว่ายังไงดี?  

การทำงานที่ THiNKNET ตรงกับคำว่า “Work-Life Balance” เลยค่ะ การทำงานแบบ WFA ทำให้วิวมีเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นด้วยค่ะ

 

การทำงานแบบ Work from Anywhere ในตำแหน่ง Software Engineer ของ THiNKNET ในสไตล์ของวิวคงทำให้หลายคนที่สนใจทำงานในสายงานนี้เข้าใจกระบวนการในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เห็นภาพการทำงานของ THiNKNET ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงานอย่างยืดหยุ่น สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำให้ไม่ว่าจะทำงานอยู่ทีมไหนก็ทำงานได้ดี ที่สำคัญนอกเหนือจากอิสระในการทำงานแล้ว ยังช่วยให้ความสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิต มี Passion ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้นอีกด้วย

 

ใครที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศการทำงานในแบบ THiNKNET โดยเฉพาะงานในตำแหน่ง Software Engineer สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่ หรือถ้าอยากดูตำแหน่งงานอื่น ๆ ก็สามารถกดเข้าไปดูได้ ที่นี่  

 

tags : thinknet software engineer wfa work from anywhere work from home hybrid working ทำงานที่ไหนก็ได้



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email