พาคุยกับ แจง Software Engineer คนเก่งที่ทำงานทางไกลจาก 'จันทบุรี'

พาคุยกับ แจง Software Engineer คนเก่งที่ทำงานทางไกลจาก 'จันทบุรี'
27/07/22   |   144   |  

ปัจจุบันมีงานหลายประเภทที่พนักงานสามารถทำได้จากที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ แม้กระทั่งงานที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งงาน Software Engineer ก็เป็นอีกหนึ่งงานที่สามารถทำจากที่บ้านได้เช่นกัน วันนี้เราจะพามารู้จักกับแจง Software Engineer แห่ง THiNKNET ที่ทำงานทางไกลจากจังหวัดจันทบุรี

 

แนะนำตัว และอธิบายตำแหน่งงานให้ฟังหน่อย

ชื่อโสรยา สุวรรณธนชัย ชื่อเล่นชื่อแจงค่ะ ตอนนี้ทำงานในตำแหน่ง Software Engineer มาได้ 1 ปีกว่า ๆ แล้วค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่เราจะรับผิดชอบงานในส่วนของ Auth Service ของ JobThai ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบผู้เข้าใช้งาน สามารถยืนยันตัวบุคคลที่เข้าใช้งานว่าเขาคือใคร รวมถึงตรวจสอบสิทธิ์ว่าผู้ใช้งานนั้นมีสิทธิ์ใช้ได้นานเท่าไหร่และสามารถทำอะไรกับระบบได้บ้าง ซึ่งจะเป็นการพัฒนาตาม Requirement ที่ได้รับมาจากทาง Business Analyst

 

ตำแหน่งที่ทำอยู่ต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills แล้วทักษะอะไรสำคัญที่สุดของการทำงานตำแหน่งนี้?

ทักษะประเภทที่ใช้ในการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเขียนโปรแกรมและความรู้ในการออกแบบซอฟต์แวร์ ส่วน Soft Skills จะเป็นเรื่องของการสื่อสาร การพูดอย่างไรให้คนอื่น ๆ เข้าใจเราได้ง่าย ซึ่งในทีมจะมีพี่ ๆ  ฝึกให้เราได้ลองพูด ได้ลองอธิบายในสิ่งที่เราทำ ส่วนทักษะที่สำคัญที่สุด เราว่ามันคือทักษะการทำงานร่วมกันกับคนในทีม การรับฟังความคิดเห็นและร่วมแสดงความคิดเห็นกับทีม

 

มีปัญหาเรื่อง Skill Gap บ้างไหม ถ้ามี มีเทคนิคยังไงในการพัฒนาทักษะที่ไม่ถนัดเหล่านั้น?

ก่อนเข้ามาทำงานที่นี่ เรามาจากสาย Backend Developer (ส่วนการทำงานเบื้องหลัง เช่น ส่วนติดต่อฐานข้อมูล, ฐานข้อมูล) มาก่อน ซึ่งปัจจุบันนั้นได้ทำส่วน Frontend (ส่วนที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้เมื่อเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์) ทำให้เรามีช่องว่างของ Skill ส่วนนี้เยอะ แต่ด้วยความที่บริษัทนั้นมีช่วงฝึกอบรมให้เราเตรียมความพร้อมก่อนทำงานจริง ทำให้ช่องว่างส่วนนี้ลดลงไป เราเองก็สามารถเริ่มงานต่อกับทีมได้ไม่ยากเลย

 

นอกจากเรื่อง Skill Gap แล้ว ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาตัวเองในเรื่องไหนอีกบ้าง เพื่อทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น และทำวิธีไหน?

เราได้พัฒนาในสิ่งที่เราสนใจที่ได้เจอระหว่างการทำงาน ซึ่งได้เรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ทั้งบน Youtube หรือ Udemy ยกตัวอย่างตอนที่เราสนใจเรื่องของใช้ MongoDB Atlas ก็มีไปดูคลิปจาก Youtube ว่าเขาเริ่มต้นใช้งานอย่างไร สมัครและตั้งค่าต่าง ๆ ยังไง เพื่อให้สามารถนำมาปรับใช้งานเองได้

 

สิ่งที่ได้จากการทำงาน และสามารถเอาไปต่อยอดให้กับตัวเองได้ มีอะไรบ้าง ต่อยอดยังไง?

หลัก ๆ เลยจะเป็นเรื่องของการพูดคุยสื่อสาร เดิมทีเป็นคนพูดหรือพรีเซนต์ไม่ค่อยเก่ง จนเราได้มาเจอ Use Case จริง ได้ลองผิดลองถูกและมีพี่ ๆ คอยให้ Feedback ทำให้เราเป็นคนที่กล้าพูดพรีเซนต์มากขึ้น แม้ตอนนี้อาจจะยังไม่เก่งมากก็ตาม ><

 

ส่วนตัวเป็นคนที่มีสไตล์การทำงานเป็นยังไง?

เป็นคนที่ชอบการทำงานแบบผสมผสานระหว่างการทำงานคนเดียวที่เราได้มีเวลาให้ตัวเองได้คิดอะไรเงียบ ๆ กับการทำงานแบบเป็นทีมที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองในแง่อื่น ๆ กัน

 

ปัจจุบันทำงานจากที่ไหนเป็นหลัก แล้วระยะทางที่เราอยู่ไกลจากออฟฟิศสำนักงานใหญ่มีผลกับงานมากน้อยแค่ไหนบ้าง?

เราทำงานจากจังหวัดจันทบุรี ส่วนตัวรู้สึกว่าการทำงานระยะทางที่อยู่ไกลจากออฟฟิศไม่มีผลต่อตัวงานเลย เพราะบริษัทมีการวางแผนระบบการทำงานแบบออนไลน์ที่ค่อนข้างชัดเจนและมีความยืดหยุ่นในการทำงานมาก ๆ ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างไม่สะดุด ติดปัญหาอะไร พี่ ๆ ในทีมและคนในบริษัทพร้อมจะมาช่วยเราแก้ปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกัน

 

เรารู้สึกยังไง ที่บริษัทไม่ได้จำกัดสถานที่ทำงาน แล้วตารางเวลาชีวิตของเราเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?

ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่เราไม่ต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อฝ่ารถติด เจอปัญหารถไฟฟ้าขัดข้อง หรือเจอคนเบียดเสียดกันในช่วงเวลาเร่งรีบเพื่อไปทำงานให้ทัน ปัจจุบันเราตื่น 8 โมงอาบน้ำแต่งตัว ทำอาหารเช้ากินและเริ่มงานตอน 9 โมง ช่วงเย็นหลังเลิกงานเราก็ไม่ต้องฝ่ารถติดเพื่อกลับบ้าน เราสามารถไปออกกกำลังกาย ไปหาซื้อของมาทำอาหารกินตอนเย็น หรือมีเวลาได้เรียนรู้เรื่องที่เราสนใจ

 

สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศของการทำงานมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์ไหม?

ส่วนตัวคิดว่ามีผลค่อนข้างมาก บางทีตอนเราทำงานที่ออฟฟิศ แล้วกำลังมีไอเดียอะไรอยู่ ก็จะมีเพื่อน ๆ มาเรียกมาถามจนทำให้เราหลุดโฟกัส สำหรับเราการทำงานที่บ้านเลยเป็นอะไรที่ได้งานมากกว่า

 

การทำงานที่นี่มีโอกาสใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานหรือเสนอไอเดียอะไรบ้างไหม?

ทั้งพี่ในทีมและคนในบริษัทค่อนข้างเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นมาก ๆ อย่างเวลาทำงานในทีม เราสามารถเสนอ Tool หรือ Solution ที่จะนำมาแก้ไขปัญหาหรือทำให้งานมีประสิทธิภาพดีขึ้นได้ ส่วนในมุมของบริษัท ส่วนตัวได้เสนอเรื่องสวัสดิการด้านการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกไปตอนที่มี Survey พนักงาน และตอนนี้ทางบริษัทก็ได้ออกสิทธิประโยชน์ตรงนี้มาแล้ว ซึ่งดีกับพนักงานผู้หญิงอย่างเรา ๆ มาก ๆ

 

เมื่อต้องทำงานแบบ Work from Anywhere เราจัดการตัวเองให้ยังคงมี Passion ในการทำงานยังไงบ้าง?

บางครั้งเวลารู้สึกเหนื่อยหรือเหงา เราจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนในทีมหรือรุ่นพี่ที่เรารู้สึกว่าเราอยากเก่งแบบเขา อยากมีความรู้ที่มากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีเวลาเหลือจากการเดินทางไปหาดู Solution ที่มาแก้ไขปัญหาในตัวงานเราอีกด้วย

 

พอทำงานแบบ Work from Anywhere การเรียนรู้งานในช่วงทดลองงานเป็นยังไงบ้าง?

อย่างที่เล่าไปว่าบริษัทเรามีการฝึกอบรมปรับ Skill ให้เหมาะสมกับการทำงานที่นี่ โดยในระหว่างนั้นก็จะมีพี่เลี้ยงที่คอยตอบข้อสงสัยและคอยเติมเต็มในส่วนที่เราเรียนไม่เข้าใจ ซึ่งพี่เลี้ยงของเราก็ไม่ได้แค่พูดคุยในส่วนของงานอย่างเดียว แต่ยังคอยถามว่าเรามีติดปัญหาในด้านอื่น ๆ ไหม และพร้อมให้คำปรึกษา ให้ Feedback เพื่อให้เราพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

 

จากเดิมที่เคยทำงานออฟฟิศ การเปลี่ยนมาทำงานแบบ Work from Anywhere มีความท้าทายยังไงบ้าง ได้เรียนรู้อะไร ปรับตัวและเอาชนะความท้าทายยังไงบ้าง?

ส่วนตัวคิดว่าการทำงานแบบนี้ไม่ได้ยากหรือมีปัญหาอะไร เพราะเรามี Mindset ว่าเราจะต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามที่เราตั้งใจไว้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงานว่าจะทำจากที่ออฟฟิศหรือที่บ้าน อาจมีติดขัดบ้างคือตอนที่เราต้องประสานงานกับคนอื่น ๆ จากเดิมที่เราสามารถเดินไปถามหรือปรึกษาได้เลย ก็มีช่องว่างของช่วงเวลาและการสื่อสารกันนิดหน่อย ซึ่งทีมเราก็จะใช้วิธีออนไลน์กันอยู่บน Discord ในเวลาที่ทำงาน ทำให้เราสามารถถามทุกคนได้ทันทีเมื่อเจอปัญหา

ถึงแม้จะต้องคุยกับเพื่อนต่างทีมที่อาจติดประชุมแล้วยังไม่สามารถที่จะให้คำตอบเราได้ ณ ขณะนั้น เราก็ไม่ได้คิดว่าส่วนนี้กระทบกับการทำงานมากนัก เพราะบางทีทีมนั้น ๆ ก็จะส่งคนที่พอจะรู้หรือเข้าใจปัญหาที่เราต้องการคำตอบมาตอบแทน

 

การทำงานแบบ Work from Anywhere มีผลต่อบรรยากาศในการทำงานและมีผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานยังไงบ้าง?

ถ้าพูดถึงบรรยากาศการทำงานรู้สึกว่าอาจจะมีความสนิทกับเพื่อนร่วมงานไม่เท่ากับการเข้าออฟฟิศ ที่เราอาจจะได้ไปนั่งกินข้าวหรือเดินเล่นในช่วงพักกลางวันด้วยกัน แต่ถึงจะทำงานออนไลน์ พอเราได้เปิดกล้องคุยกันพอจะทำให้เรารู้สึกสนิทมากยิ่งขึ้น เพราะเหมือนเราได้คุยกันแบบเห็นหน้า ซึ่งในทีมเราก็จะมีพี่ที่สามารถพูดคุยกันเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากเรื่องงานได้ ก็เป็นความรู้สึกที่คล้ายกับการเจอกันแล้วเม้าท์กันตอนช่วงเบรคที่ออฟฟิศ

 

คิดยังไงบ้างกับสวัสดิการที่บริษัทมอบให้ หรือกิจกรรมที่บริษัทจัดให้ภายใต้นโยบายทำงานแบบ Work from Anywhere?

สวัสดิการที่มีอยู่ตอนนี้คือจัดเต็มมาก เหมือนการทำงานที่ออฟฟิศปกติเลย เราสามารถยืมอุปกรณ์ของบริษัท เช่น โต๊ะ, เก้าอี้, จอมอนิเตอร์และอื่น ๆ เพื่อให้เราทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านสุขภาพก็จะมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเรื่องของออฟฟิศซินโดรมด้วย เราสามารถเบิกค่าวัคซีนที่จำเป็นได้ เช่น ไข้เลือกออก, มะเร็งปากมดลูก, ไวรัสตับอักเสบ และยังมีวันหยุด วันลาที่ให้ตามปกติ นอกจากนี้ทางบริษัทก็ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกันบ่อยมาก ทั้งการจับของรางวัล การแข่งขันกันออกกำลังกาย และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

รู้สึกยังไงบ้างเมื่อได้ทำงานจริงกับที่นี่ เหมือนหรือต่างจากที่เคยคิดไว้ยังไงบ้าง?

เรารู้สึกว่าดีกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย ทั้งตัวสวัสดิการบริษัทเอง เพื่อนร่วมงานดี ๆ ที่คอย ช่วยเหลือผลักดันกัน และที่สำคัญเลยที่เราชอบคือ Process การทำงานชัดเจนตรงกับที่เราหา

 

ถ้าจะให้นิยามการทำงานที่ THiNKNET จะนิยามว่ายังไงดี?

Work-Life Balance ที่แท้จริง ไม่อิงแบบครอบครัว

 

ช่วยเล่า Moment หรือประสบการณ์การทำงานที่ประทับใจให้ฟังหน่อย?

คงเป็นเรื่องของการที่เราเข้ามาใหม่ ๆ แล้วไม่เคยจับในส่วน Frontend มาก่อนทำให้เรากดดันตัวเองมากว่าเราจะทำได้ไหม แอบท้อมาก ๆ แต่ก็ได้พี่หัวหน้าที่มาพูดคุยกับเราบ่อย ๆ ช่วยสร้าง Passion ให้กับเราและช่วยให้เห็นถึง Skill ที่เรายังขาดเพื่อให้เราพัฒนาตัวเองได้ถูกทาง

 

เราจะเห็นว่าการทำงานที่บ้านไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานในสาย Software Engineer แถมยังช่วยเติมเต็ม Skill และเพิ่ม Passion ให้กับคนทำงานได้อีกด้วย ใครที่สนใจงานในสายนี้ ตอนนี้ทาง THiNKNET ก็กำลังต้องการคนทำงานในสาย Software Engineer มาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลงานและพัฒนาอย่างก้าวหน้าไปด้วยกัน

tags : thinknet work from home wfh work from anywhere ทำงานทางไกล software engineer ทำงานที่ไหนก็ได้ hybrid working



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email